วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การประมวลผลของคอมพิวเตอร์






การประมวลผลของคอมพิวเตอร์

  • การที่มีรูปแบบการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ อยู่หลายรูปแบบ ได้แก่ การประมวลผลส่วนบุคคล (Personal Computing) การประมวลผลแบบรวมศูนย์ (Centralized Computing) และการประมวลผลแบบกระจาย (Distributed Computing) การเลือกใช้งานรูปแบบการประมวลผลที่เหมาะสมจะส่งผลดีกับการทำงานภายในองค์กรเป็นอย่างมาก ทั้งความสะดวกรวดเร็วและความประหยัดทรัพยากร โดยรูปแบบการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ ซึ่งในแต่ละรูปแบบการประมวลผลในแต่ละรูปแบบ ก็จะมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป ระบบประมวลผลแบบกระจาย อาจประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ประเภทต่างๆ ซึ่งต่างก็ทำงานในหน้าที่ที่เหมาะสม เช่น การใช้เครื่องพีซีเป็นเครื่องที่ทำการติดต่อกับผู้ใช้ และทำงานโปรแกรมประมวลผลในเบื้องต้น เมื่อต้องการใช้ข้อมูลก็อาจส่งคำสั่งไปให้คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการข้อมูลซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่บันทึกในไฟล์ข้อมูล (เครื่องให้บริการนั้นเรียกว่าไฟล์เซิร์ฟเวอร์) หรือในฐานข้อมูล (เครื่องที่ให้บริการฐานข้อมูลเรียกว่าดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์) หรือบางกระบวนการของการประมวลผลอาจจะต้องการวิธีการประมวลผลที่ซับซ้อน

  • คอมพิวเตอร์พีซีก็อาจจะทำหน้าที่เป็นเพียงเทอร์มินอลแบบกราฟฟิกที่ติดต่อผู้ใช้ และส่งโปรแกรมหรือโปรเซสเข้าไปทำงานบนเครื่องเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งประมวลผลได้เร็ว เมื่อเมนเฟรมนั้นต้องการข้อมูลก็จะส่งคำสั่งไปยังเครื่องบริการไฟล์หรือฐานข้อมูล และผลลัพธ์จากการประมวลผลจะถูกส่งกลับไปแสดงที่เครื่องพีซีซึ่งมีระบบติดต่อผู้ใช้ที่ดีความสำเร็จของระบบประมวลผลแบบกระจายเกิดขึ้นจากการใช้ระบบสื่อสารข้อมูลซึ่งทำการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเป็นเครือข่าย ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสามารถส่งคำสั่งไปยังเครื่องอื่นๆ ได้และคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการก็ยังสามารถรับคำสั่งทำการประมวลผลเฉพาะหน้าที่และส่งผลกลับไปยังเครื่องที่ขอบริการได้ในทันทีอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กความสามารถต่ำถึงปานกลาง ทำงานประสานร่วมกันให้มีความสามารถรวมได้เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ในระดับใหญ่ได้ด้วยเหตุนี้ระบบประมวลผลกระจายที่ทำการประมวลผลในรูปแบบหนึ่ง ก็คือการอาศัยช่องทางในการติดต่อระหว่างกัน มีคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ขอรับบริการ คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการ หรือในบางเครื่องก็อาจทำหน้าที่ทั้งขอรับบริการจากเครื่องอื่น และให้บริการบางอย่างแก่เครื่องอื่นๆ ได้ด้วย ในระบบที่มีการขอรับบริการซึ่งอาจเปรียบได้กับการเป็นลูกค้า (client) และมีการให้บริการคือเป็นผู้ให้บริการ (server) เช่นนี้กลายเป็นหลักการในการประมวลผลที่เรียกว่าการประมวลผลแบบไคลเอนต์-เซิร์ฟเวอร์ (Client-Server Processing) ด้วยยุคของระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบเปิด (open system)

  • ที่มีการกำหนดมาตรฐานหลายประการร่วมกัน ในระบบการประมวลผลแบบไคลเอนต์-เซิร์ฟเวอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้และให้บริการนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคอมพิวเตอร์ในแพลตฟอร์มเดียวกัน อาจเป็นคอมพิวเตอร์ที่อยู่ต่างแพลตฟอร์มกันก็ได้ เช่น คอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ใช้งานอาจเป็นเครื่องพีซีที่มีไมโครซอฟต์วินโดว์เป็นระบบปฏิบัติการ สามารถทำงานร่วมกับเครื่องให้บริการฐานข้อมูล (database server) ทำงานอยู่บนสถานีงานวิศวกรรมที่มีระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ เหตุที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันทำงานร่วมกันได้ ก็เนื่องมาจากการกำหนดมาตรฐานของการติดต่อกัน ซึ่งเรียกว่าโปรโตคอล (protocol) ให้ใช้มาตรฐานที่เหมือนกัน โปรแกรมต่างๆ ที่สนับสนุนการทำงานหลายประเภท และต่างก็เป็นโปรแกรมที่ทำงานในระบบเปิด รองรับโปรโตคอลที่เป็นมาตรฐาน ทั้งสิ้น

ไม่มีความคิดเห็น: